ข่าวเด่นประจำวัน ๕

ป.ป.ช. แพร่ผลคดีชี้มูลความผิด 'บรรจง ไชยเพชร' อดีตนายกอบต.หนองแคน อ.ดงหลวง มุกดาหาร -พวก  ยักยอกเงินรายได้ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้ให้จำคุก 'บรรจง ไชยเพชร'  2 ปี แต่ลดโทษเหลือ 1 ปี 4 เดือน หลังศาลชั้นต้นยกฟ้อง ส่วนอดีตหัวหน้าคลัง โดนหนัก 122 ปี 336 เดือน แต่ให้ลงโทษจริง 50 ปี

picsannnnnn1 10 19

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลความคืบหน้าคดีนายบรรจง ไชยเพชร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร กับพวก ประกอบไปด้วย นายนิสสรณ์ ทรงแสงฤทธิ์ อดีต ปลัด อบต.หนองแคน  นางเฉิดฉาย กลางประพันธ์ หรือไชยพร หัวหน้าส่วนการคลัง นายไพบูลย์ แสนวิเศษ  หัวหน้าส่วนโยธา ยักยอกเงินรายได้ของอบต.หนองแคน ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 สำหรับ นายบรรจง ไชยเพชร นายนิสสรณ์ ทรงแสงฤทธิ์ นายไพบูลย์ แสนวิเศษ 

ส่วนนางเฉิดฉาย กลางประพันธ์ หรือไชยพร  ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 และ 157 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2558  ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด ศาลจังหวัดมุกดาหาร มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2560 ว่า นางเฉิดฉาย กลางประพันธ์ หรือไชยพร  ผิดตามมาตรา 147 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 รวม 68 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี ให้การรับสารภาพลดโทษตามมาตรา 78 ให้กระทงละกึ่งหนึ่ง จำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 68 กระทง จำคุก 136 ปี 408 เดือน ความผิดกระทงหนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบไปขึ้นไป จึงให้ลงโทษจำคุกจำเลย มีกำหนด 50 ปี 

ส่วน นายบรรจง ไชยเพชร นายนิสสรณ์ ทรงแสงฤทธิ์ นายไพบูลย์ แสนวิเศษ  ให้ยกฟ้อง 

ต่อมา ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2561 แก้คำพิพากษา ว่า นายบรรจง ไชยเพชร  ผิดตามมาตรา 157  จำคุก 2 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือ 1 ปี 4 เดือน 

ส่วนการกระทำของ นางเฉิดฉาย กลางประพันธ์ หรือไชยพร เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 รวม 61 กระทง ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง  เหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 122 ปี 336 เดือน แต่ความผิดมีอัตราโทษอย่างสูงเกินกว่าสิบปี จึงให้ลงโทษ จำคุกมีกำหนด 50 ปี 

สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ระบุว่า  ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2562 เห็นชอบตามความเห็นของอัยการสูงสุด (อสส.) ที่จะไม่ฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4

picguu000u1 10 19