ข่าวเด่นประจำวัน ๕

นับว่าในช่วงที่ผ่านมา มีคดีการหลอกลวงประชาชนให้เสียทรัพย์ที่มาในลักษณะของการ ‘แชร์ลูกโซ่’ ปรากฎให้เห็นผ่านสื่ออยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นแชร์วงใหญ่อย่างแชร์แม่มณี และ Forex 3d ที่มีมูลค่าความเสียหายกว่าหลักพันล้านบาท

ดูเหมือนว่ายุคนี้ วงแชร์ในลักษณะดังกล่าว จะผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด เพราะล่าสุด ได้มีแชร์ลูกโซ่ ที่มาในลักษณะของการ ‘แชร์ออนไลน์’ วงแตกไปแล้วอีกหนึ่งวง โดยวงแชร์ดังกล่าวมีชื่อว่า ‘Nice Review’ ที่ล่าสุดกลุ่มผู้เสียหายจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปร้องทุกข์ ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หลายคนคงจะคุ้นหูคุ้นตากับคำว่า ‘ทำงานผ่านเน็ต’ ที่อาจจะดูเหมือนเป็นช่องทำกินผ่านโลกออนไลน์ทั่ว ๆไป โดยการทำงานในลักษณะนี้ มักใช้คำโฆษณาจูงใจให้คนมาร่วมงานว่า สามารถทำงาน ทำเงินได้ ทุกที่ทุกเวลา ทั้งยังมีอิสระ ไม่ต้องก้าวเท้าออกจากบ้านไปไหน มีรายได้ แถมไม่ต้องขายของให้เหนื่อย ฟังเผิน ๆ อาชีพเหล่านี้ ดูจะเหมาะกับแม่บ้าน หรือเหล่ามนุษย์เงินเดือนที่ต้องการรายได้เสริมอยู่ไม่น้อย

ทว่าเมื่อฟังเงื่อนไขดูแล้ว ‘Nice Review’ อาจจะดูเหมือนการทำงานผ่านเน็ตทั่ว ๆ ไป แต่กลับกลายมาเป็นคดีแชร์ลูกโซ่ได้อย่างไรนั้นวันนี้ทีมงาน Mthai จะเจาะข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ได้อ่านกัน

‘Nice Review’ อ้างตัวเป็นบริษัทโฆษณารูปแบบใหม่ ที่ใช้ทุนจดทะเบียบสูงกว่าร้อยล้านบาท โดยเปิดให้สมาชิกสมัครเข้ามาช่วยโปรโมทโพสต์ของลูกค้าด้วยการ กดไลค์ หรือเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเชิงบวก รวมไปถึงแชร์โพสต์ เพื่อเพิ่มยอดขาย หรือสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ และจ่ายค่าตอบแทนในลักษณะยิ่งโพสต์มาก ยิ่งได้มาก

ซึ่งบริษัทมีการกำหนดจำนวนโพสต์แล้วแต่แพคเกจที่สมาชิกเลือก โดยสมาชิกต้องทำการวางเงินประกันให้บริษัท ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนแตกต่างกันไป ยิ่งสมาชิกวางเงินประกันสูง ก็จะยิ่งได้รับค่าตอบแทนสูง โดยแพคเกจสูงสุดจะอยู่ที่การลงทุน 2 หมื่นบาท และจะได้รับเงินตอบแทนวันละ 200 บาท แต่สมาชิกสามารถลงเงินไว้กี่บัญชีก็ได้ เพราะยิ่งลงเงินมาก ก็จะยิ่งได้ผลตอบแทนมาเช่นกัน

ระบบการวางเงินประกันของ ‘Nice Review’

ทั้งนี้สัญญามีระยะเวลานาน 3 เดือน โดยบริษัทอ้างว่า หลังจากสิ้นสัญญาสมาชิกจะได้รับเงินคืนทั้งเงินประกันและค่าแรงที่ทำไปเป็นระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งผลตอบแทนจะอยู่ที่รายละสูงสุดอยู่ที่ราว ๆ  18,000 บาท แถมยังอ้างว่า เงินที่ได้มายังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ หักภาษี 3% ณ ที่จ่ายได้ ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อจำนวนมาก แต่ระยะหลังบริษัทเริ่มไม่มีการจ่ายเงิน และปิดตัวหนีไป ทำให้มีผู้เสียหายมากมาย และมีมูลค่าความเสียหายนับสอบล้านบาท

ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น มีกลุ่มผู้เสียหายด้วยกันพบว่าจำนวนทั้งสิ้นเกือบ 800 ราย แล้ว แต่ละรายได้รับความเสียหายเป็นเงินตั้งแต่หลักแสนบาทไปจนถึงหลายสิบล้านบาท